หลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย

Early-childhoodกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือการศึกษาระดับอนุบาล การศึกษาระดับประถมศึกษา การศึกษาระดับมัธยมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งการศึกษาแต่ละระดับที่กล่าวนี้จะมีการจัดการและพัฒนาไปอย่างสอดคล้องกับวัยของผู้เรียน และการเปลี่ยนแปลงของสังคม การศึกษาอนุบาลเป็นการศึกษาเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย ความคิด สติปัญญา สังคม และอารมณ์ ในขณะที่การศึกษาระดับอุดมศึกษา มุ่งที่การเตรียมเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเป็นต้น ทั้งนี้การศึกษาแต่ละระดับมีลักษณะ และมีเป้าหมายเฉพาะตามระดับ เดิมการศึกษาอนุบาลเป็นรูปแบบของการจัดการศึกษาสำหรับเด็กเล็กที่รัฐจัดขึ้นเพื่อสนองตอบสังคมที่ต้องการให้บุตรหลานได้เข้าโรงเรียน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรียน ชั้นประถมศึกษา แต่ภาวะการต่อมา การศึกษาอนุบาลได้รับการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม เกิดรูปแบบของการจัดการศึกษาใหม่ขึ้นมาเรียกว่าการศึกษาปฐมวัย

คาวมสำคัญของการศึกษาปฐมวัยคือการที่ครูจะสอนได้ดีนั้นจำเป็นต้องศึกษาเด็ก  ยิ่งกว่านั้นงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาการทางสมองมนุษย์ยั้งเน้นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยโดยเฉพาะในช่วงของ 5 ของปีแรกของชีวิตว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้ และเด็กจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่หรือผู้ดูแลตั้งแต่แรกเกิดโดยการให้ความรัก การโอบกอด สัมผัส พูดคุย และเล่นกับเด็กเพื่อให้สมองของเด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ตามศักยาภาพ การเข้าใจพัฒนาเด็กส่งผลดีต่อครูผู้สอนหลายประการ ผลดีประการหนึ่งคือช่วยให้ครูเข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้ดียิ่งขึ้น ยังสามารถวางแผนหลักสูตรการเรียนการสอนได้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนได้มากขึ้นศักยาภาพ การเข้าใจพัฒนาเด็กส่งผลดีต่อครูผู้สอนหลายประการ

การจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องยากถ้าทุกฝ่ายเข้าใจ ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุน แต่ยังมีหลายคนหลายโรงเรียนที่ยังเข้าใจการจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยผิด เพราะการจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยไม่ใช่จับเด็กมาเขียนมาอ่านอย่างจริงจังเหมือนกับเด็กประถม เด็กมัธยม เพราะนั่นคือการทำร้ายพัฒนาการด้านต่างๆของเด็ก และสร้างความเครียดอย่างคาดไม่ถึง โดยผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจผิดและมีค่านิยมที่ผิดๆที่ต้องการให้เด็กหรือลูกหลานของตนต้องอ่านออกเขียนได้ตั้งแต่วัยอนุบาล โดยมีการเรียนพิเศษ มีการบ้าน มีแบบฝึกหัดเป็นเล่มๆ ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงความพร้อมของเด็กเลยว่าเด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายเป็นอย่างไร

ทําไมถึงควรเลือกที่จะเรียนต่อระดับปริญญาในสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่คณะศึกษาศาสตร์

หลักสูตรบัณฑิตศึกษาในสาขาเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งเป็นภาควิชาหนึ่งในคณะศึกษาศาสตร์ของ University of Kansas (KU) ได้รับการจัดอันดับโดยสํานักข่าว U.S. News Best Grad Schools ในสหรัฐฯเมื่อไม่นานมานี้ ว่าให้เป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของประเทศสําหรับภาควิชาการวิจัยการศึกษา และการศึกษาของวิชาชีพครูในระดับบัณฑิตศึกษา โดยหลักสูตรที่เปิดสอนนั้น ได้จัดอบรมขึ้นภายในอาคารใหม่ของมหาวิทยาลัยในเมือง Lawrence ซึ่งนักเรียนสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต และสื่อเทคโนโลยีในคณะได้อย่างสะดวก อนึ่ง University of Kansas ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นทางด้านงานวิจัย และถูกจัดให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตที่สวยที่สุดของประเทศ โดยมีนักศึกษาประมาณ 30,000 คน และคณาจารย์ 2,200 คน (โดย 96% ของคณาจารย์ ได้สําเร็จการศึกษาในระดับปริญ) ซึ่งมีความรู้ความสามารถมากถึง 170 สาขาวิชา

โอกาสในการประกอบวิชาชีพทางด้านการผสมผสาน การออกแบบ และการบริหารเทคโนโลยีการศึกษา
หลักสูตรสหวิทยาการเทคโนโลยีการศึกษาที่ KU โดยความร่วมมือระหว่างแผนกหลักสูตรและการสอน (Curriculum & Teaching, C&T), นโยบายและการบริหารการศึกษา (Educational Policy & Leadership Studies, ELPS), การศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ (Special Education, SPED), วิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Electrical Engineering and Computer Science, EECS) และ การออกแบบและการสื่อสาร (Design, and Communication Studies, COMS) ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาในหลักสูตรสามารถเลือกหลักสูตรเฉพาะทางตามค วามสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็นในระดับประถม-มัธยมศึกษา การศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือ รัฐกิจและอุตสาหกรรมก็ตาม โดยมีสามหลักสูตรเฉพาะทางให้เลือกดังต่อไปนี้ 1) การผสมผสานหรือบูรณาการ (Integration), 2) การออกแบบ (Design) และ 3) การบริหารเทคโนโลยีการศึกษา (Administration of Educational Technology) ซึ่งบัณฑิตผู้ที่สําเร็จการศึกษาในหลักสูตรเฉพาะทางด้านการผสมผสาน (Integration) มีแนวโน้มที่จะดําเนินงานในด้านการศึกษาผ่านระบบอินเตอร์เนต การฝึกอบรมเฉพาะด้าน รวมถึงการสอนและการออกแบบหลักสูตรทางเทคโนโลยีการศึกษา โดยนักศึกษาจํานวนมากที่จบการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาในระดับ ประถม-มัธยมศึกษา และ วิทยาลัยชุมชนหรือมหาวิทยาลัย จะทํางานในองค์กรฝึกอบรมบุคลากรทั้งในภาครัฐและเอกชน

บ่อยครั้งที่บัณฑิตทางด้านการวางแผนและการออกแบบเทคโนโลยีการศึกษา เริ่มเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเพราะมีความเชี่ยวชาญหรือความสนใจในการพัฒ นาโปรแกรม และทักษะทางเทคนิคอื่น ๆ ที่ใช้ในด้านเทคโนโลยีการศึกษา พวกเขาเหล่านั้นได้บรรจุเข้าทํางานในตําแหน่งที่หลากหลาย เช่น ผู้ออกแบบระบบการศึกษา, ผู้ประสานงานในด้านการสอน, นักวิเคราะห์ระบบการสอน, นักพัฒนาโปรแกรมในการเรียน, ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาทางไกล, ผู้ผลิตสื่อ, ที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีการศึกษา, นักพัฒนาหลักสูตรออนไลน์, ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลศึกษา และผู้เชี่ยวชาญดูแลเว็บไซต์

หลักสูตรเฉพาะทางด้านการบริหารเทคโนโลยีการศึกษา จะเตรียมพร้อมนักศึกษาในการทํางานหลายตําแหน่ง เช่น ผู้อํานวยการการพัฒนาการเรียนการสอน, ผู้อํานวยการการศึกษาทางไกล, ผู้บริหารดูแลระบบการศึกษาออนไลน์, ผู้อํานวยการด้านการศึกษาต่อ และ ผู้อํานวยการด้านการประสานงานการฝึกอบรมเทคโนโลยีการศึกษา ในระดับประถม-มัธยมศึกษา รวมถึงวิทยาลัยชุมชนและมหาวิทยาลัย นักศึกษาในทุกหลักสูตรเฉพาะทางจะได้รับการเตรียมพร้อมเข้ารองรับตําแหน่ งต่างๆ ที่สํานักแรงงานสหรัฐได้คาดการณ์ไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วสูงก ว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของจํานวนการลงทะเบียนเรียนออนไลน์ ซึ่ง Sloan Report ประจําปี 2009 ได้รายงานว่ามีอัตราการเติบโตมากถึงร้อยละ 13 ต่อปี

ความสำเร็จของหลักสูตรควรที่จะได้รับอิทธิพลมาจากบุคคลในหลากหลายอาชีพ

35

การขยายขอบเขตของหลักสูตรละการจัดการการเรียนรู้ควรต้องคำนึงสำหรับผู้รับผิดชอบในการออกแบบและกำหนดหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ความรับผิดชอบในการจัดการการศึกษาและความคาดหวัง ที่ต้องได้รับการพัฒนาจนไปถึงระดับปัจเจกบุคคล เนื้อหาสาระ รวมถึงกระบวนการฝึกฝน ความมีวินัยในการเรียน และ การเรียนรู้ที่ว่าจะต้องเรียนอย่างไร วิธีสอน ที่จะต้องพัฒนาจากการฝึกฝน จนมีความรู้ความสามารถและสามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นและสิ่งรอบตัว และสถานที่ นักการศึกษาต่างเข้าใจดีว่า หลักสูตรที่ดีนั้น เกิดจากกระบวนการที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องของการคิด การวิจัย และการประเมินจากผลสะท้อนกลับของการนำหลักสูตรไปใช้ ดังนั้น การที่จะได้มาซึ่งผลของความคิดที่ครอบคลุม การวิจัยที่เชื่อถือและยืนยันได้และผลสะท้อนกลับของการใช้หลักสูตร จึงต้องเกิดจากบุคคลที่หลากหลาย แต่ละบุคคลจากแต่ละฝ่ายจะมีแง่คิด มุมมองและความตั้งใจ รวมถึงเป้าหมายในการพัฒนาคนผ่านกระบวนการของการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม การร่างและการออกแบบหลักสูตร รวมถึงการพิจารณายอมรับในหลักสูตรไม่สามารถจำกัดอยู่เพียงแค่แวดวงของครู ผู้บริหารการศึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรเท่านั้น การตัดสินใจในการกำหนดหลักสูตร จะเกิดขึ้นภายใต้บริบทที่เป็นปัจจุบันของชุมชน จังหวัด ภาค หรือประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น หลักสูตรที่ดีและเป็นที่ยอมรับของสถานที่หนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ดีและเกิดสัมฤทธิผลที่ดีกับอีกสถานที่หนึ่ง หรือที่เดี่ยวกัน แต่ในเวลาที่ต่างกันหรือใช้กับผู้เรียนต่างกลุ่มกัน

วัตถุประสงค์ วิธีการความแข็งแกร่งและความสำเร็จของหลักสูตรควรที่จะได้รับอิทธิพลมาจากบุคคลในหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลในสายการเมืองการปกครอง สายสังคมศาสตร์ สายเศรษฐศาสตร์ นักการศึกษาเอง หรือแม้กระทั่งบุคคลในสายการศาสนาก็ตาม ผู้กำหนดหรือผู้ใช้หลักสูตรควรต้องได้รับคำปรึกษาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ จากบุคคลตั้งแต่ ผู้ปกครอง กลุ่มชมรมหรือสมาคมในชุมชน ครู คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ข้าราชการทางการศึกษาของอำเภอและจังหวัด คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ รายงานการศึกษาต่างๆ รัฐบาลของชาติ องค์กรอาชีพต่างๆ ตลอดจนเป้าหมายและมาตรฐานของบุคคลที่พึงประสงค์ในระดับชาติ ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากการที่บริษัทเอกชนหลายบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เข้าร่วมร่างและกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย บริษัทเหล่านี้จะเป็นผู้ระบุถึงศักยภาพ ความรู้ ความสามารถและทักษะในการทำงาน ที่ทางบริษัทต้องการ และมหาวิทยาลัยก็จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการ ส่งนักศึกษาเข้าเรียนรู้งานและฝึกงานในบริษัทเหล่านั้น เมื่อสำเร็จการศึกษา นักศึกษาก็จะมีทักษะตรงตามที่บริษัทต้องการ และพร้อมเข้าทำงานในบริษัทเหล่านั้นได้เลย โดยที่บริษัทก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน